
วัสดุเคลือบกันไฟ คืออะไร?
วัสดุเคลือบกันไฟ หรือ Fireproof Coating คือสารเคลือบชนิดพิเศษที่ใช้กับโครงสร้าง เช่น เหล็ก คอนกรีต หรือไม้ เพื่อชะลอความเสียหายจากความร้อนหรือเปลวไฟ การทาสารกันไฟจะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีเวลาอพยพมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการเข้าควบคุมสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้ง่ายขึ้นด้วย โดยหลักการทำงานของสารกันไฟมีดังนี้
- การพองตัว: เมื่อเจอเปลวไฟสารเคลือบจะพองตัวหนาขึ้น และทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนให้โครงสร้างอาคาร
- การสะท้อนความร้อน: สีกันไฟที่มีการพองตัวจะทำหน้าที่สะท้อนความร้อน ช่วยยืดระยะเวลาการลุกลามของเปลวไฟไปยังโครงสร้างอาคาร
- การหน่วงไฟ: การพองตัวของสารกันไฟที่สะท้อนความร้อนทำให้เกิดการหน่วงไฟ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่่ช่วยลดความเสียหายของตัวอาคาร
ทั้งนี้ การใช้สารกันไฟสำหรับโครงสร้างอาคาร ยังเป็นข้อบังคับตาม กฎกระทรวงฉบับที่ 60 ที่กำหนดให้โครงสร้างหลักที่เป็นเสาหรือคานเหล็กที่ไม่ได้ใช้คอนกรีตหุ้ม ต้องใช้สีหรือวัสดุเคลือบกันไฟตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยด้วย
อ่านบทความที่น่าสนใจ : หมดปัญหาสีหลุดพอง! ด้วยเครื่องตรวจความหนาสี ให้งานพ่นสีไม่มีพลาด
ประเภทของวัสดุเคลือบกันไฟ
วัสดุเคลือบกันไฟที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 3 ประเภท คือ Intumescent Coating, Cementitious Fireproofing และ Fire Retardant Paintซึ่งแต่ละประเภทนั้นมีความแตกต่างกันทั้งด้านคุณสมบัติ และการใช้งาน ตามรายละเอียดต่อไปนี้
1. Intumescent Coating
วัสดุเคลือบกันไฟที่มีเนื้อบางและเบา เมื่อเจอไฟจะพองตัวเป็นชั้นโฟมถ่านที่มีความหนา เพื่อป้องกันโครงสร้าง นิยมใช้กับเสา คาน และป้องกันไฟโครงสร้างเหล็กในอาคารสูง ข้อดีคือมีลักษณะคล้ายสีทาอาคารจึงให้ความสวยงามได้ดี มีให้เลือกทั้งสูตรน้ำมันและสูตรน้ำตามการใช้งาน
2. Cementitious Coating
สารกันไฟที่มีส่วนผสมของน้ำยาโพลิเมอร์และซีเมนต์ ใช้ฉาบบนพื้นผิวโครงสร้างเพื่อสร้างชั้นป้องกันไฟ คุณสมบัติเด่นของ Fireproof Coating ประเภทนี้คือ ทนไฟได้นาน และมีความยืดหยุ่นสูงสามารถยืดเกาะผิวได้ดี แต่วัสดุเคลือบกันไฟชนิดนี้จะมีน้ำหนักมากจึงเหมาะใช้กับฐานรากชั้นใต้ดิน และเฉพาะจุดที่ต้องการป้องกันการรั่วซึม เช่น ห้องน้ำ สระว่ายน้ำ และพื้นที่ดาดฟ้า
3. Fire Retardant Paint
สำหรับวัสดุกันไฟประเภทนี้ มีลักษณะเป็นสีชนิดพิเศษ สามารถใช้ในรูปแบบสีพ่นกันไฟ หรือทาบนโครงสร้าง เพื่อป้องกันไฟไหม้อาคารและช่วยลดการลามไฟ โดยคุณสมบัติของสีกันไฟนั้นเมื่อเจอความร้อนจะพองตัวคล้ายโฟมสูญญากาศ เพื่อป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าสู่ผิววัสดุโครงสร้าง
นอกจากนี้ยังมีสีพ่นกันไฟบางชนิด ที่เมื่อถูกความร้อนจะปล่อยสารเคมีในรูปแบบแก๊สออกมาคลุมพื้นผิว เพื่อลดอุณหภูมิ และชะลอการลามของเปลวไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของ วัสดุเคลือบกันไฟ แต่ละประเภท
เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างของ Fireproof Coatingได้มากขึ้น ทั้งคุณสมบัติ ข้อดี และข้อจำกัด ต่อไปนี้คือ ตารางเปรียบเทียบวัสดุกันไฟแต่ละประเภท
| ประเภท | ข้อดี | ข้อจำกัด | การใช้งาน |
| Intumescent Coating | น้ำหนักเบา ผิวเรียบสวย | ราคาสูง ต้องดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ | โครงสร้างเหล็ก อาคารสูง อาคารสำนักงาน |
| Cementitious Coating | ราคาไม่สูง กันไฟได้ดี | น้ำหนักมาก ผิวไม่เรียบ | โรงงาน คลังสินค้า ฐานรากใต้ดิน ห้องที่เสี่ยงต่อการรั่วซึม |
| Fire Retardant Paint | ใช้งานง่าย สวยงามเหมือนทาสีทั่วไป | ระยะเวลาป้องกันไฟน้อย | หลากหลายพื้นผิว |
เพิ่มความปลอดภัยให้โครงสร้างอาคาร ด้วยเครื่องพ่นสีกันไฟ จาก อินเทค
เพื่อปกป้องโครงสร้างและพื้นผิวในงานวิศวกรรมด้วยสีกันไฟให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องใช้เครื่องพ่นสีอุตสาหกรรมคุณภาพสูง เช่น เครื่องพ่นสี WIWA DUOMIX 333 GX PFP ที่ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับงานพ่นสี PFP หรือสีกันไฟที่มีความข้นหนืดโดยเฉพาะ พร้อมคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งาน
- มีระบบผสมสี 2K ที่แม่นยำ ตรงตามมาตรฐานการป้องกันไฟลาม
- แรงดันสูง ปริมาณสีพ่นมาก ให้ความหนาของฟิล์มสีได้ตามมาตรฐาน
- แสดงค่าการวัดผลบนหน้าจอชัดเจน มีระบบตั้งค่าฮีตเตอร์ที่แม่นยำ
- เคลื่อนย้ายสะดวก ติดตั้งหน้างานง่าย
- ใช้งานง่าย ปลอดภัย
บริษัท อินเทค จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องพ่นสีอุตสาหกรรม WIWA จากประเทศเยอรมนี ซึ่งนอกจากเครื่องพ่นสีกันไฟรุ่น DUOMIX 333 GX PFP ยังมีตัวเลือกอีกหลายรุ่น พร้อมอุปกรณ์สำหรับงานพ่นสี และงานพ่นทรายให้คุณเลือกซื้อแบบครบวงจร
สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ :อุปกรณ์พ่นสี

เหตุผลที่ไม่ควรมองข้ามวัสดุเคลือบกันไฟในงานวิศวกรรม
การใช้วัสดุเคลือบกันไฟสำหรับโครงสร้าง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับที่ 60 เท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่องานวิศวกรรมแบบรอบด้าน โดยเฉพาะในด้านต่อไปนี้
- เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้อยู่อาศัย: สีพ่นกันไฟช่วยชะลอการลุกลามของเปลวไฟ ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีเวลาอพยพหนีไฟได้มากขึ้น
- รักษาโครงสร้างอาคาร: ลดความเสี่ยงโครงสร้างพังทลายจากเปลวไฟและความร้อนสูง
- ความเสียหายน้อย ค่าซ่อมบำรุงต่ำ: เมื่อการลามไฟช้าลง ก็มีโอกาสที่จะควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที ทำให้เกิดความเสียหายน้อย ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงก็ลดลง
- ดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัย: การใช้วัสดุเคลือบกันไฟกับโครงสร้างเป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาคารในระดับสากล เช่น NFPA, UL1709 และASTM E119
- เพิ่มความมั่นใจแก่เจ้าของโครงการ: การใช้วัสดุเคลือบป้องกันไฟไหม้อาคาร จะช่วยให้การตรวจสอบและอนุมัติโครงการเป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งเจ้าของโครงการก็ยังมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยได้มากขึ้น
ข้อควรระวังและการบำรุงรักษา
เพื่อให้สารกันไฟทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และสามารถป้องกันการลามไฟได้ในระยะยาว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
- เลือกเครื่องพ่นสีอุตสาหกรรมที่รองรับกับการใช้พ่นสีกันไฟโดยเฉพาะ
- ดำเนินการในแต่ละขั้นตอนโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
- ตรวจสอบความหนาสีด้วยเครื่องวัดความหนาสีที่มีความแม่นยำ เพื่อให้ได้ระดับความหนาของสีกันไฟตามมาตรฐาน
- อาคารและโรงงานที่มีความเสี่ยง ควรวางแผนตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างเป็นประจำ
- ดำเนินการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมทันที เมื่อพบว่าสารเคลือบกันไฟเสื่อมสภาพ

วัสดุเคลือบกันไฟ ตัวช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้โครงสร้างด้านวิศวกรรม
การเลือกใช้ วัสดุเคลือบกันไฟ ในงานวิศวกรรม เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับโครงสร้าง และเป็นไปตามข้อกำหนดตามมาตรฐานความปลอดภัย แต่เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการป้องกันไฟไหม้อาคารมากที่สุด ควรเลือกสารกันไฟที่เหมาะสมกับลักษณะและวัสดุของโครงสร้าง หมั่นตรวจสอบการเสื่อมสภาพของสารกันไฟ และดำเนินการทุกขั้นตอนโดยผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับผู้ที่สนใจอุปกรณ์พ่นสีคุณภาพอย่าง เครื่องพ่นสีแรงดันสูง เพื่อใช้สำหรับการเคลือบสีหรือพ่นสารกันไฟ ทีมงานอินเทค ยินดีให้คำแนะนำพร้อมบริการหลังการขาย เพื่อให้คุณเลือกอุปกรณ์ที่ตรงกับความต้องการ และได้ผลลัพธ์ในงานพ่นสีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- Line: integth
- Facebook: Integ จำหน่ายเครื่องพ่นสี เครื่องพ่นทราย มาตรฐานสากล
- Tel. 098-798-8539
- Email:Integ_04@integ.co.th
อ้างอิง : bsa.or.th/TIP
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วัสดุเคลือบกันไฟ (FAQ)
Q : วัสดุเคลือบกันไฟจำเป็นต้องใช้ในอาคารทุกประเภทหรือไม่?
A : ไม่จำเป็น แต่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอาคารสูง อาคารสาธารณะ โรงงาน หรือพื้นที่เก็บสารไวไฟ
Q : วัสดุเคลือบกันไฟสามารถทาทับพื้นผิวเก่าได้เลยหรือไม่?
A : ไม่แนะนำ ควรเตรียมพื้นผิวให้พร้อม เช่น ขัดสนิม ล้างคราบไขมัน หรือขจัดสีเก่าที่เสื่อมสภาพด้วยการพ่นทราย เพื่อการยึดเกาะที่ดี
Q : อายุการใช้งานของ Fireproof Coating อยู่ได้นานแค่ไหน?
A : ขึ้นอยู่กับประเภทวัสดุและสภาพแวดล้อม หากมีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมอาจอยู่ได้นานกว่า 20 ปี
Q : วัสดุเคลือบกันไฟกันความร้อนได้จริงหรือไม่?
A : ได้จริง วัสดุบางชนิดสามารถหน่วงความร้อนได้สูงถึง 1,000°C ช่วยให้โครงสร้างยังคงทนไฟได้ในช่วงเกิดเพลิงไหม้
Q : จะรู้ได้อย่างไรว่าวัสดุเคลือบกันไฟที่เลือกใช้ได้มาตรฐาน?
A : เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองจากสถาบัน เช่น UL, FM, ASTM, BS หรือ มอก. และเลือกจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้เท่านั้น