บริษัท อินเทค จำกัด | INTEG CO.,LTD

วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์

เวลา : 09.00 - 17.00 น.

พ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด แก้ยังไง? แชร์เทคนิคที่ช่างพ่นสีใช้

ปัญหาพ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด หรือที่หลายคนเรียกว่า สีไม่เรียบ / พื้นผิวไม่เรียบหลังพ่นสี เป็นหนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยมาก ทั้งในงานพ่นสีอุตสาหกรรม งานช่างทั่วไป ไปจนถึงงานพ่นสีรถยนต์และเฟอร์นิเจอร์ แม้จะใช้สีคุณภาพดี แต่เมื่อพ่นออกมาแล้วพื้นผิวกลับดูหยาบ เป็นเม็ดคล้ายผง หรือเกิดลักษณะผิวส้ม ก็สามารถทำให้งานเสียคุณภาพและต้องเสียเวลาแก้ไขซ้ำ

ในเชิงเทคนิค อาการสีเป็นเม็ด มักเกิดจากการที่สีไม่สามารถกระจายตัวและยึดเกาะบนพื้นผิวได้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ฟิล์มสีไม่เรียบเนียนตามที่ควรจะเป็น ซึ่งนอกจากจะกระทบความสวยงามแล้ว ยังอาจลดความทนทานของชั้นสีในระยะยาว โดยเฉพาะงานที่ต้องการมาตรฐานผิวสูง เช่น งานโครงสร้างโลหะ งานเคลือบป้องกันสนิม หรือชิ้นส่วนที่ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพผิว (Surface Quality)

หลายคนอาจเข้าใจว่าปัญหานี้เกิดจาก “สีไม่ดี” เพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง สาเหตุของ พื้นผิวไม่เรียบหลังพ่นสี มีได้หลายปัจจัย ตั้งแต่ความดันลม ระยะการพ่น การปรับหัวพ่น ความหนืดของสี ไปจนถึงสภาพอากาศและการเตรียมพื้นผิว หากไม่เข้าใจต้นตอที่แท้จริง การแก้สีเป็นเม็ด ก็อาจกลายเป็นการลองผิดลองถูก ทำให้เสียทั้งเวลาและต้นทุน

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจปัญหาพ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด อธิบายตั้งแต่ว่าอาการนี้คืออะไร เกิดจากอะไร วิธีแก้ไขที่ถูกต้องทีละขั้นตอน ไปจนถึงเทคนิคป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เพื่อให้งานพ่นสีได้ผิวที่เรียบสวย สม่ำเสมอ และได้คุณภาพตามมาตรฐานงานอาชีพ ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างหน้างานหรือทำงานในภาคอุตสาหกรรมก็ตาม

เลือกอ่าน

อาการสีเป็นเม็ด คืออะไร?

อาการสีเป็นเม็ด คือสภาวะที่สีซึ่งถูกพ่นออกมา ไม่สามารถแผ่ตัวและเกาะเป็นฟิล์มสีที่เรียบสม่ำเสมอบนพื้นผิวได้ แต่กลับแยกตัวเป็นเม็ดเล็ก ๆ หรือมีลักษณะหยาบคล้ายผง เมื่อมองหรือสัมผัสจะรู้สึกว่าผิวงานไม่เรียบ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหา สีไม่เรียบ และพื้นผิวไม่เรียบหลังพ่นสี

ในทางปฏิบัติ เม็ดสีที่ควรจะรวมตัวเป็นชั้นฟิล์มเดียวกัน กลับแห้งหรือจับตัวก่อนถึงพื้นผิวงาน หรือยึดเกาะได้ไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ชั้นสีขาดความเรียบเนียน ทั้งในด้านความสวยงามและคุณภาพของงานพ่นสี โดยเฉพาะงานที่ต้องการมาตรฐานผิวสูง

หลายคนมักสับสนระหว่างอาการสีเป็นเม็ด กับผิวส้ม (Orange Peel) ซึ่งแม้จะดูคล้ายกัน แต่มีลักษณะต่างกันอย่างชัดเจน

  • สีเป็นเม็ด จะให้ผิวสัมผัสที่หยาบเป็นจุด ๆ คล้ายผงสีหรือทรายละเอียด เกิดจากสีแตกตัวไม่สมบูรณ์หรือแห้งก่อนเกาะผิว
  • ผิวส้ม (Orange Peel) จะเป็นลอนคลื่นตื้น ๆ ต่อเนื่องกัน คล้ายเปลือกส้ม มักเกิดจากการไหลตัวของสีไม่ดี แม้สีจะยังเกาะผิวอยู่ก็ตาม

การแยกให้ออกว่าเป็นอาการแบบใด มีความสำคัญมากต่อการแก้สีเป็นเม็ดให้ตรงจุด เพราะแนวทางแก้ไขของสองกรณีนี้แตกต่างกัน

อาการพ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด สามารถพบได้ในงานพ่นสีหลากหลายประเภท เช่น

  • งานพ่นสีโลหะ ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือโครงสร้างเหล็ก
  • งานเฟอร์นิเจอร์ ทั้งไม้และโลหะ ที่ต้องการผิวเรียบสวย
  • งานพ่นสีรถยนต์ ซึ่งต้องการคุณภาพผิวสูงและความสม่ำเสมอ
  • งานพ่นสีโครงสร้าง เช่น ถัง ท่อ หรือชิ้นส่วนขนาดใหญ่

เมื่อเข้าใจลักษณะของอาการสีเป็นเม็ดอย่างถูกต้องแล้ว จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์สาเหตุและเลือกวิธีแก้ไขได้อย่างแม่นยำ ลดปัญหางานเสีย และควบคุมคุณภาพผิวงานพ่นสีให้ได้มาตรฐานมากขึ้นในระยะยาว

อ่านบทความที่น่าสนใจ: หมดปัญหาสีหลุดพอง! ด้วยเครื่องตรวจความหนาสี ให้งานพ่นสีไม่มีพลาด

สาเหตุหลักที่ทำให้พ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด

สาเหตุหลักที่ทำให้พ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด

การเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้สามารถแก้ปัญหาสีเป็นเม็ดได้อย่างตรงจุด ลดการลองผิดลองถูก และช่วยควบคุมคุณภาพผิวงานพ่นสีให้ได้มาตรฐานมากขึ้น โดยสาเหตุหลักที่พบได้บ่อย มีดังนี้

1. ความดันลมไม่เหมาะสม

ความดันลมมีบทบาทสำคัญต่อการแตกตัวของสี หากตั้งค่าไม่เหมาะสม จะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพผิวงาน

  • ลมน้อยเกินไป ทำให้สีแตกตัวไม่ละเอียด เม็ดสีมีขนาดใหญ่และไม่สามารถกระจายตัวเป็นฟิล์มเรียบ ส่งผลให้เกิดอาการ สีเป็นเม็ด บนพื้นผิว
  • ลมแรงเกินไป จะทำให้สีแห้งกลางอากาศก่อนถึงชิ้นงาน เมื่อสีตกกระทบพื้นผิวจึงเป็นผงหรือเม็ดละเอียด ทำให้ สีไม่เรียบ และผิวหยาบ

โดยทั่วไป ความดันลมที่พบได้บ่อยสำหรับงานพ่นสีอยู่ในช่วงประมาณ 25–35 psi ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของปืนพ่นสี ประเภทหัวพ่น และชนิดของสีที่ใช้งาน ควรอ้างอิงคำแนะนำจากผู้ผลิตอุปกรณ์และทดลองพ่นก่อนใช้งานจริงเสมอ

2. ระยะห่างปืนพ่นสีไม่ถูกต้อง

ระยะห่างระหว่างปืนพ่นสีกับพื้นผิวงานมีผลโดยตรงต่อการเกาะตัวของสี

  • หากถือปืนพ่นสีไกลเกินไป สีจะมีเวลาแห้งตัวในอากาศก่อนถึงชิ้นงาน ส่งผลให้สีตกลงมาในลักษณะเป็นผงและเกิดอาการ พ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด
  • หากถือปืนพ่นสีใกล้เกินไป สีจะสะสมหนาเกินในบางจุด เกิดเป็นดวงหรือผิวไม่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหา พื้นผิวไม่เรียบหลังพ่นสี

โดยทั่วไป ระยะพ่นที่เหมาะสมมักอยู่ในช่วงประมาณ 15–25 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับชนิดปืนและหัวพ่น

3. การปรับหัวพ่น / Nozzle / Pattern ไม่เหมาะสม

หัวพ่นสีและรูปแบบการกระจายของสี (Spray Pattern) เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้าม

  • หัวพ่นตันหรือสึกหรอ จะทำให้สีออกมาไม่สม่ำเสมอ เกิดการกระจุกตัวเป็นเม็ด
  • Pattern ไม่กระจายตัวดี เช่น รูปพ่นแคบหรือไม่สมดุล จะทำให้สีเกาะไม่ทั่วพื้นผิว
  • หาก ความหนืดของสีไม่สัมพันธ์กับขนาดหัวพ่น สีอาจแตกตัวไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดปัญหาสีเป็นเม็ดได้ง่าย

การเลือกหัวพ่นให้เหมาะกับชนิดสี และตรวจสอบสภาพหัวพ่นอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดปัญหานี้ได้อย่างมาก

4. สีแห้งเร็วเกินไป

สภาพแวดล้อมและชนิดของทินเนอร์มีผลต่ออัตราการแห้งของสี

  • อากาศร้อนจัดหรืออุณหภูมิสูง ทำให้สีระเหยเร็วเกินไป
  • ใช้ทินเนอร์แห้งเร็วเกินไป โดยไม่เหมาะกับสภาพอากาศหรือหน้างาน
  • สีสเปรย์หรือสีอุตสาหกรรมบางชนิดมีความไวต่ออุณหภูมิสูงเป็นพิเศษ

เมื่อสีแห้งเร็วเกินไป สีจะไม่สามารถไหลตัวและเกาะผิวได้ดี ส่งผลให้เกิด สีไม่เรียบ และผิวหยาบเป็นเม็ด

5. พื้นผิวสกปรกหรือมีฝุ่น

แม้จะตั้งค่าปืนพ่นสีได้ถูกต้อง แต่หากพื้นผิวไม่สะอาด ก็ยังสามารถเกิดปัญหาพ่นสีแล้วสีเป็นเม็ดได้

  • ฝุ่น ผง หรือสิ่งสกปรกบนพื้นผิว ทำให้สีเกาะไม่สม่ำเสมอ
  • คราบน้ำมันหรือไขมัน จะรบกวนการยึดเกาะของสี ทำให้เกิดเม็ดสีหรือผิวคล้ายผิวส้ม

การทำความสะอาดพื้นผิวอย่างเหมาะสมก่อนพ่นสี จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดปัญหา พื้นผิวไม่เรียบหลังพ่นสี และช่วยให้งานพ่นสีได้คุณภาพตามที่ต้องการ

วิธีแก้ไขพ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด

วิธีแก้ไขพ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด แบบทีละขั้นตอน

แนวทางแก้ไขปัญหาสีเป็นเม็ดที่ถูกต้องคือการตรวจสอบและปรับทีละขั้นตอน ตั้งแต่การตั้งค่าปืนพ่นสี สีที่ใช้ ไปจนถึงการเตรียมพื้นผิว วิธีเหล่านี้จะช่วยให้สามารถ แก้สีเป็นเม็ด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสเกิดปัญหา สีไม่เรียบ ซ้ำในงานถัดไป

1. ปรับความดันลมให้เหมาะกับสีและหัวพ่น

ความดันลมที่เหมาะสมจะช่วยให้สีแตกตัวได้ละเอียดและเกาะเป็นฟิล์มเรียบ โดยทั่วไปค่าแรงดันที่นิยมใช้ในงานพ่นสีอยู่ที่ประมาณ 25–35 psi ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของปืนพ่นสี ประเภทหัวพ่น และลักษณะของสีที่ใช้งาน

ก่อนพ่นชิ้นงานจริง ควรทดลองพ่นลงบนแผ่นทดสอบทุกครั้ง เพื่อสังเกตว่าการกระจายของสีสม่ำเสมอหรือไม่ หากยังพบอาการ สีเป็นเม็ด ให้ปรับแรงดันลมทีละน้อยจนได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม

2. ปรับระยะห่างปืนพ่น 15–25 เซนติเมตร

ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างปืนพ่นสีกับพื้นผิว จะช่วยให้สีมีเวลาพอเหมาะในการกระจายตัวและยึดเกาะ โดยทั่วไป แนะนำให้พ่นในระยะประมาณ 15–25 เซนติเมตร

ควรหลีกเลี่ยงการพ่นแบบกวาดเร็วเกินไป เพราะจะทำให้สีเกาะไม่ทัน ส่งผลให้เกิด สีไม่เรียบ หรือเป็นเม็ดในบางจุด การเคลื่อนปืนพ่นควรสม่ำเสมอ และรักษาระยะให้คงที่ตลอดแนวพ่น

3. ปรับความหนืดของสีให้ถูกต้อง

ความหนืดของสีมีผลโดยตรงต่อคุณภาพผิวงาน หากสีข้นเกินไป สีจะแตกตัวได้ยากและเกิดอาการ พ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด ในกรณีนี้ควรเติมทินเนอร์เพิ่มตามสัดส่วนที่ผู้ผลิตแนะนำ

เพื่อความแม่นยำ แนะนำให้ใช้ ถ้วยวัดความหนืด (Viscosity Cup) ในการตรวจสอบค่าความหนืดของสี จะช่วยควบคุมคุณภาพงานพ่นสีให้ได้มาตรฐาน และลดความเสี่ยงของ พื้นผิวไม่เรียบหลังพ่นสี

4. เปลี่ยนทินเนอร์ให้เหมาะกับสภาพอากาศ

สภาพอากาศมีผลต่อการแห้งตัวของสีอย่างมาก การเลือกทินเนอร์ให้เหมาะสมจะช่วยลดปัญหา สีเป็นเม็ด ได้

  • ในสภาพอากาศร้อน ควรเลือกใช้ทินเนอร์แห้งช้า เพื่อให้สีมีเวลาการไหลตัวและเกาะผิวได้ดี
  • ในสภาพอากาศเย็นหรืออากาศถ่ายเทน้อย สามารถใช้ทินเนอร์แห้งเร็วได้

สำหรับงานภาคสนามและงานในโรงงาน ควรเลือกทินเนอร์ตามอุณหภูมิจริงของพื้นที่พ่นสี ไม่ควรใช้ชนิดเดียวตลอดทุกสภาพแวดล้อม

5. ตรวจสอบหัวพ่นและล้างทำความสะอาด

หัวพ่นที่อุดตันหรือสึกหรอ จะทำให้สีออกมาไม่สม่ำเสมอและเกิดอาการ สีไม่เรียบ วิธีตรวจสอบเบื้องต้นคือ สังเกตรูปแบบการพ่น หาก Pattern บิดเบี้ยวหรือมีจุดสีสะสมผิดปกติ ควรถอดหัวพ่นออกมาตรวจสอบทันที

หลังพ่นสีเสร็จ ควรล้างหัวพ่นและปืนพ่นสีทุกครั้ง ด้วยทินเนอร์หรือสารทำความสะอาดที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการอุดตันและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์

6. ทำความสะอาดพื้นผิวก่อนพ่นสีใหม่

พื้นผิวที่สะอาดเป็นพื้นฐานสำคัญของงานพ่นสีคุณภาพ ควรล้างคราบน้ำมัน ไขมัน และสิ่งสกปรก ออกให้หมดก่อนพ่นสีทุกครั้ง

แนะนำให้ใช้ ผ้า Tack Cloth เช็ดพื้นผิวก่อนพ่น เพื่อกำจัดฝุ่นละเอียดที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะงานพ่นสีเหล็ก งานไม้ และงานพ่นสีรถยนต์ การเตรียมผิวที่ดีจะช่วยลดปัญหา พ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด และทำให้ผิวงานเรียบสวยมากขึ้นอย่างชัดเจน

อ่านบทความที่น่าสนใจ: เทคนิคพ่นสีให้เรียบ! คู่มือสำหรับมือใหม่ พ่นยังไงไม่ให้เป็นเม็ด

วิธีแก้สีเป็นเม็ดหลังพ่นไปแล้ว

วิธีแก้เมื่อพ่นสีแล้วเป็นเม็ดไปแล้ว (หลังเกิดปัญหา)

ในกรณีที่งานพ่นสีได้ดำเนินการไปแล้ว และพบอาการสีเป็นเม็ด หรือเห็นได้ชัดว่าพื้นผิวไม่เรียบหลังพ่นสี ไม่จำเป็นต้องแก้งานด้วยวิธีเดียวเสมอไป วิธีแก้ไขที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของปัญหา ตั้งแต่เม็ดสีเล็กน้อยไปจนถึงผิวงานเสียหายมาก การประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจแก้ไข จะช่วยลดความเสี่ยงของงานเสียซ้ำ และควบคุมคุณภาพผิวให้กลับมาเรียบสวยได้อีกครั้ง

1. รอสีแห้งแล้วขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ 1000–2000

หากอาการสีเป็นเม็ด อยู่ในระดับเล็กน้อย และฟิล์มสียังยึดเกาะกับพื้นผิวได้ดี วิธีที่เหมาะสมที่สุดคือการรอให้สีแห้งสนิทก่อน แล้วจึงขัดปรับผิวด้วยกระดาษทรายเบอร์ 1000–2000

แนะนำให้ใช้เทคนิค Wet Sand หรือการขัดแบบเปียก โดยใช้น้ำช่วยลดแรงเสียดทาน จะช่วยให้การขัดนุ่มนวลและควบคุมผิวได้ดีขึ้น ควรขัดเบา ๆ และสม่ำเสมอจนพื้นผิวเรียบ ไม่ควรกดแรงเกินไป เพราะอาจทำให้ทะลุชั้นสีเดิมและทำให้ผิวงานเสียหายมากขึ้น

2. พ่นเคลือบใหม่ (พ่นทับ)

หลังจากขัดผิวจนเรียบแล้ว สามารถแก้ไข สีไม่เรียบ ได้ด้วยการ พ่นเคลือบใหม่หรือพ่นทับ เพื่อให้ผิวงานกลับมาเนียนสม่ำเสมอ ควรเริ่มจากการพ่น ชั้นบาง ๆ (Light Coat) ก่อน เพื่อให้สีเกาะผิวได้ดี แล้วจึงค่อยเพิ่มความหนาในชั้นถัดไป

ระหว่างการพ่นแต่ละชั้น ควรเว้นช่วงเวลา Flash-off ให้เหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 5–15 นาที ขึ้นอยู่กับชนิดของสี ทินเนอร์ และสภาพอากาศ การเว้นช่วงที่เหมาะสมจะช่วยให้สีไหลตัวดี ลดโอกาสเกิด พื้นผิวไม่เรียบหลังพ่นสี ซ้ำอีกครั้ง

3. หากเสียหายเยอะ ต้องลอกสีและพ่นใหม่

ในกรณีที่อาการ พ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด เกิดขึ้นอย่างรุนแรง เช่น เม็ดสีหนา ผิวหยาบทั่วทั้งชิ้นงาน หรือชั้นสีไม่ยึดเกาะกับพื้นผิว วิธีแก้ไขที่เหมาะสมที่สุดคือ การลอกสีออกแล้วพ่นใหม่ทั้งหมด

ควรพิจารณาลอกสีเมื่อ:

  • ขัดแล้วผิวไม่เรียบหรือยังเห็นเม็ดสีชัดเจน
  • ชั้นสีหลุดล่อน หรือเกาะไม่ติดพื้นผิว
  • งานต้องการคุณภาพผิวสูง เช่น งานรถยนต์ หรือชิ้นส่วนอุตสาหกรรมสำคัญ

การลอกสีควรทำอย่างปลอดภัย โดยเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับวัสดุ เช่น การขัดด้วยเครื่องมือที่ควบคุมแรงได้ หรือการใช้น้ำยาลอกสีที่ออกแบบมาสำหรับงานอุตสาหกรรม หลังจากลอกสีแล้ว ควรเตรียมพื้นผิวใหม่ให้สะอาดและเรียบ ก่อนเริ่มพ่นสีอีกครั้ง เพื่อป้องกันปัญหา สีเป็นเม็ด และ สีไม่เรียบ เกิดซ้ำในอนาคต

เทคนิคป้องกันสีเป็นเม็ด

เทคนิคป้องกันสีเป็นเม็ดในอนาคต

แม้จะสามารถแก้สีเป็นเม็ด ได้หลังจากเกิดปัญหาแล้ว แต่แนวทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดอาการ พ่นสีแล้วสีเป็นเม็ดตั้งแต่ต้น โดยเทคนิคที่ควรให้ความสำคัญ มีดังนี้

  • ควบคุมอุณหภูมิในห้องพ่น รักษาอุณหภูมิประมาณ 20–30°C ลดการแห้งเร็วเกินไปที่ทำให้ พ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด
  • ใช้ชุดกรองลม 3 ขั้นตอน กรองน้ำ น้ำมัน และฝุ่น ช่วยให้สีเกาะผิวดี ลดปัญหา สีไม่เรียบ
  • เลือกหัวพ่นและปืนพ่นสีคุณภาพดี ช่วยให้สีแตกตัวสม่ำเสมอ ลดโอกาสเกิด สีเป็นเม็ด
  • ตรวจสอบสีและทินเนอร์ก่อนใช้งาน ใช้วัสดุที่เหมาะกับสภาพอากาศ ลดปัญหา พื้นผิวไม่เรียบหลังพ่นสี
  • เดินปืนให้สม่ำเสมอ รักษาระยะและความเร็วให้คงที่ ช่วยให้ผิวงานเรียบสวย

สรุป: แก้ปัญหาพ่นสีแล้วสีเป็นเม็ดอย่างได้ผล

ปัญหาพ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด หรือสีไม่เรียบ เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความดันลมที่ไม่เหมาะสม ระยะการพ่นที่ผิดพลาด การเลือกทินเนอร์ไม่ตรงกับสภาพอากาศ ไปจนถึงการเตรียมพื้นผิวที่ยังไม่สะอาดเพียงพอ ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลให้เกิด พื้นผิวไม่เรียบหลังพ่นสี ได้ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้สามารถแก้ไขและป้องกันได้ หากเริ่มจากการวิเคราะห์สาเหตุอย่างเป็นระบบ แล้วค่อย ๆ ปรับทีละจุด เช่น ปรับแรงดันลมให้เหมาะสม ควบคุมระยะการพ่น เลือกทินเนอร์ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และให้ความสำคัญกับการเตรียมพื้นผิวก่อนพ่นสี การแก้ไขแบบค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยลดความผิดพลาดซ้ำ และควบคุมคุณภาพงานพ่นสีได้ดีกว่าการปรับทุกอย่างพร้อมกัน

นอกจากนี้ การเลือกใช้อุปกรณ์พ่นสีที่มีคุณภาพ รวมถึงเครื่องมือวัดและอุปกรณ์เสริมที่ได้มาตรฐาน จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิด สีเป็นเม็ด และช่วยให้งานพ่นสีมีความสม่ำเสมอในระยะยาว หากคุณต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับอุปกรณ์พ่นสี ปืนพ่นสี ชุดกรองลม หรือเครื่องมือวัดที่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมและงานช่างมืออาชีพ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ integ.co.th

การเข้าใจปัญหาและเลือกใช้โซลูชันที่ถูกต้อง จะช่วยให้งานพ่นสีของคุณได้ผิวเรียบสวย ลดงานแก้ไข และได้คุณภาพตามมาตรฐานที่ต้องการในทุกชิ้นงาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด

Q: สีเป็นเม็ดเพราะอะไร?

A: ส่วนใหญ่มักเกิดจากความดันลมไม่เหมาะสม ระยะพ่นไกลเกินไป สีแห้งกลางอากาศ ใช้ทินเนอร์ไม่เหมาะกับสภาพอากาศ หรือพื้นผิวมีฝุ่นและคราบไขมัน ทำให้สีไม่สามารถเกาะเป็นฟิล์มเรียบได้

Q: พ่นสีแล้วเป็นเม็ด ต้องขัดหรือไม่?

A: หากเป็นเม็ดเล็กน้อย สามารถรอให้สีแห้งแล้วขัดด้วยกระดาษทรายละเอียดเบอร์ 1000–2000 และพ่นเคลือบทับได้ แต่ถ้าเม็ดสีหยาบมากหรือผิวเสียหาย ควรลอกสีและพ่นใหม่

Q: ควรตั้งความดันลมเท่าไหร่เพื่อป้องกันสีเป็นเม็ด?

A: โดยทั่วไปนิยมตั้งประมาณ 25–35 psi ทั้งนี้ควรปรับตามชนิดของปืนพ่นสี หัวพ่น และประเภทของสีที่ใช้ พร้อมทดลองพ่นบนแผ่นทดสอบก่อนงานจริง

Q: อากาศร้อนมีผลให้พ่นสีแล้วสีเป็นเม็ดหรือไม่?

A: มีผลมาก เพราะอุณหภูมิสูงทำให้สีแห้งเร็วเกินไป ควรเลือกใช้ทินเนอร์แห้งช้า หรือพ่นสีในช่วงเวลาที่อุณหภูมิต่ำลง เพื่อให้สีไหลตัวและเกาะผิวได้ดี

Q: ใช้สีคุณภาพดีแล้วยังเกิดสีเป็นเม็ดได้หรือไม่?

A: ได้ เพราะแม้สีจะมีคุณภาพ แต่หากตั้งค่าปืนพ่นไม่เหมาะสม ระยะพ่นผิด หรือพื้นผิวไม่สะอาด ก็ยังทำให้เกิดปัญหาพ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด และพื้นผิวไม่เรียบหลังพ่นสีได้

Share :

Facebook
Email
X

เลือกอ่าน