การวัดความหนาสีคืออะไร?

การวัดความหนาสี คือ การหาค่าความหนาของฟิล์มสีที่เคลือบอยู่บนพื้นผิว ของวัสดุหลังจากการพ่นสี โดยจะวัดเป็นหน่วยไมครอน (µm) หรือ มิลส์ (mils) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สีมีความหนาตามค่ามาตรฐาน สำหรับการทนต่อการกัดกร่อน การเกิดสนิม และยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานมากขึ้น

อ่านบทความเพิ่มเติม: หมดปัญหาสีหลุดพอง! ด้วยเครื่องตรวจความหนาสี ให้งานพ่นสีไม่มีพลาด

การวัดความหนาสีคลาดเคลื่อน

6 สาเหตุที่ทำให้การวัดความหนาสีไม่ตรงตามต้องการ

1. การเตรียมพื้นผิวไม่เรียบร้อย

สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในการวัดสีคลาดเคลื่อน คือ ความขรุขระของพื้นผิวที่มากเกินไป ซึ่งปกติแล้วเครื่องวัดความหนาสี จะวัดค่าความหนาที่อยู่สูงที่สุด แน่นอนว่าค่าที่ได้จะสูงมากกว่าความเป็นจริง นอกจากนี้การมีสิ่งสกปรกตกค้างอยู่บริเวณพื้นผิว ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ค่าที่วัดได้มีความผิดเพี้ยน

2. ความเข้าใจผิดในการวัดความหนาสี

ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ว่าเครื่องวัดความหนาสีเกิดความผิดปกติ แต่ความจริงแล้วมีสาเหตุมาจากการเลือกจุดวัดที่ไม่เหมาะสม

วิธีการวัดความหนาสีให้ได้ค่าที่คงที่ที่สุด คือ การเลือกจุดวัดให้มากกว่า 3 จุดขึ้นไป เพื่อนำมาเฉลี่ยหาค่าตรงกลางที่แม่นยำ โดยตามมาตรฐานสากลที่กำหนดขั้นตอนการตรวจสอบความหนาฟิล์มสีแห้ง (SSPC-PA2) ได้ระบุเอาไว้ว่าการวัดความหนาสี ควรแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลาย ๆ ส่วน เพื่อทำการวัดแล้วหาค่าเฉลี่ย เนื่องจากการพ่นสีด้วยแรงดันสูง จะทำให้สีที่เคลือบมีความหนาไม่เท่ากัน

3. พื้นผิวหรือชิ้นงานมีความโค้งมน

เครื่องวัดความหนาสี ส่วนใหญ่เป็นการวัดด้วยสนามแม่เหล็กหากพื้นผิวของชิ้นงานเป็นผิวเรียบทั่วไป สนามแม่เหล็กจะสามารถกระจายออกไปได้อย่างทั่วถึง แต่กรณีพื้นผิวมีความโค้งมนหรือเว้า สนามแม่เหล็กจะถูกบีบและรบกวน จนทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการวัด

4. การไม่ปรับ Calibration ของเครื่องวัด

โดยปกติแล้ว เครื่องมือวัดทุกประเภทต้องมีการสอบเทียบ หรือ Calibration เพื่อเป็นการปรับการตั้งค่าของการวัดให้เป็นศูนย์ จากนั้นจึงนำไปวัดความหนาสีบนพื้นผิวแต่ละชิ้น สาเหตุที่ต้องมีการทำ Calibration เพราะบางครั้งมาตรวัดของเครื่องมือไม่ได้เริ่มต้นที่ศูนย์ ทำให้ค่าที่ได้มีความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง

*เปรียบเทียบเป็นกรณีเดียวกันกับตาชั่งตามร้านขายของสด ที่ต้องปรับตาชั่งให้เป็นศูนย์ก่อน เพราะมีการชั่งน้ำหนักรวมตะกร้าหรือกล่องใส่ของเข้าไปด้วย

5. การเลือกใช้เครื่องวัดความหนาสีไม่ตรงประเภท

เครื่องวัดความหนาสีมีหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความเหมาะสมกับการวัดพื้นผิวที่ต่างกันไป เช่น เครื่องวัดความหนาสีบนเหล็ก เครื่องวัดความหนาสีบนสแตนเลส และเครื่องวัดความหนาสีบนคอนกรีต เป็นต้น ดังนั้นการเลือกใช้เครื่องวัดไม่ถูกประเภท จะทำให้ค่าที่วัดออกมาไม่ตรงกับความเป็นจริง

6. เครื่องวัดความหนาสีไม่ได้มาตรฐาน

ในท้องตลาดมีเครื่องวัดค่าสีจำหน่ายอยู่มากมาย ซึ่งบางรุ่นก็ขาดความเสถียรและไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานอย่างถูกต้อง การใช้งานในสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม จะทำให้เซนเซอร์การตรวจจับทำงานผิดปกติได้ และมีความเสี่ยงในการผิดพลาดมากกว่าเครื่องวัดที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน

ขอแนะนำเครื่องวัดความหนาสีที่ได้มาตรฐานจาก DeFelsko

จากทั้ง 6 สาเหตุข้างต้น พบว่าปัญหาของการวัดความหนาสีไม่ตรง มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน เพื่อลดการเกิดปัญหาเหล่านี้ การเลือกใช้เครื่องวัดค่าความหนาสีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ถือเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง ขอแนะนำเครื่องวัดความหนาสี จากแบรนด์ DeFelsko ทั้งหมด 2 รุ่น ดังนี้

เครื่องวัดความหนาสีรุ่น positector 200
  1. Defelsko PosiTector 200 เครื่องวัดความหนาสีบนคอนกรีต ไฟเบอร์กลาส พลาสติก เทคโนโลยี Ultrasonic ในการวัดความหนาสีจากด้านนอกด้วยความแม่นยำสูง ช่วยวัดความหนาของชั้นสีจากด้านนอก โดยไม่ต้องเจาะหรือทำลายพื้นผิว
เครื่องวัดความหนาสีรุ่น positector 6000
  1. Defelsko PosiTector 6000: เครื่องวัดความหนาสีบนเหล็กและสแตนเลส มีการใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กและกระแสไหลวน มีความทนทาน และอ่านค่าสีได้อย่างรวดเร็ว

วัดความหนาสีอย่างแม่นยำ เพื่อชิ้นงานที่สมบูรณ์แบบ

การวัดความหนาสีให้ถูกต้องแม่นยำ นอกจากการเตรียมพื้นผิวให้เรียบร้อยแล้ว ควรเลือกใช้เครื่องวัดความหนาสีที่ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อการันตีคุณภาพของชิ้นงานทุกชิ้น สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ INTEG เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจวัด QC และการเลือกซื้ออุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพ รวมไปถึงอุปกรณ์พ่นสี พ่นทราย ที่เราเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวได้แล้ววันนี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การวัดความหนาสี

Q: สามารถใช้เครื่องรุ่น Defelsko PosiTector 6000 ในการวัดความหนาสีบนพลาสติกได้หรือไม่?

A: ไม่ได้ เพราะเครื่องวัดแต่ละรุ่น ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับพื้นผิวที่แตกต่างกัน การนำเครื่องมือที่ไม่เหมาะสมมาใช้ จะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการวัด

Q: สามารถตรวจสอบความหนาสีแยกแต่ละชั้นได้หรือไม่?

A: Defelsko PosiTector 200 สามารถทำได้ ด้วยเทคโนโลยี Ultrasonic ที่สามารถตรวจสอบสีทุกชั้นได้ในครั้งเดียว พร้อมแสดงผลแยกแต่ละชั้นอย่างชัดเจน

Q: การเตรียมพื้นผิวให้สะอาด เรียบร้อย ควรทำด้วยวิธีไหน?

A: แนะนำการเตรียมพื้นผิวด้วยการพ่นทราย เพราะเป็นวิธีที่สามารถขจัดคราบสนิม สิ่งสกปรก และคราบน้ำมัน ได้อย่างหมดจดมากที่สุด