บริษัท อินเทค จำกัด | INTEG CO.,LTD

วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์

เวลา : 09.00 - 17.00 น.

พ่นแลคเกอร์ใหม่ทับแลคเกอร์เก่าได้ไหม? วิธีซ่อมผิวให้สวยและไม่หลุดล่อน

หนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยมากในงานพ่นสี ไม่ว่าจะเป็นงานไม้ งานเฟอร์นิเจอร์ หรือ งานพ่นแลคเกอร์รถยนต์ คือคำถามว่า “พ่นแลคเกอร์ใหม่ ทับแลคเกอร์เก่าได้ไหม?” โดยเฉพาะในกรณีที่ผิวงานเดิมเริ่มหมอง เงาลดลง มีรอยขีดข่วนเล็กน้อย หรือแลคเกอร์ลอกบางจุด แต่ยังไม่ต้องการลอกผิวทั้งหมดออกใหม่ เพราะทั้งเสียเวลาและเพิ่มต้นทุนในการทำงาน

ในทางปฏิบัติ คำตอบคือขึ้นอยู่กับสภาพของแลคเกอร์เก่า และขั้นตอนการเตรียมผิวก่อนพ่นแลคเกอร์ เป็นสำคัญ หากแลคเกอร์เดิมยังแข็งแรง ยึดเกาะดี และได้รับการเตรียมผิวอย่างถูกต้อง ก็สามารถพ่นทับเพื่อซ่อมแลคเกอร์เก่า หรือฟื้นผิวให้กลับมาเงาสวยได้ แต่หากแลคเกอร์เดิมเสื่อมสภาพ ลอก แตก หรือขุ่นมาก การพ่นทับโดยไม่ลอกออกก่อน อาจทำให้เกิดปัญหาการยึดเกาะ สีพอง หรือแตกร้าวในภายหลัง

บทความนี้จะพามาหาคำตอบของคำถามพ่นแลคเกอร์ใหม่ทับแลคเกอร์เก่าได้ไหม ควรพ่นทับในกรณีใด และเมื่อใดที่ควรลอกผิวเดิมออก พร้อมแนะนำวิธีเตรียมผิวและขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลงานที่เรียบสวย ทนทาน และลดความเสี่ยงของงานเสียในระยะยาว

เลือกอ่าน

พ่นแลคเกอร์ใหม่ทับแลคเกอร์เก่าได้ไหม?

จริงๆ คือ สามารถทำได้ หากแลคเกอร์เดิมยังอยู่ในสภาพดี และมีการเตรียมผิวก่อนพ่นแลคเกอร์ อย่างถูกต้อง แต่ไม่ควรพ่นทับ หากแลคเกอร์เก่าเกิดการลอก แตก ขุ่น เป็นฝ้า หรือเสื่อมสภาพอย่างชัดเจน เพราะจะทำให้แลคเกอร์ใหม่ยึดเกาะไม่ดี และอาจเกิดปัญหาผิวพอง แตก หรือหลุดล่อนในอนาคต

ในงานจริง การพ่นแลคเกอร์ใหม่ทับแลคเกอร์เก่า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของแลคเกอร์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสภาพฟิล์มเดิมเป็นหลัก หากแลคเกอร์เก่ายังแข็งแรง การพ่นทับสามารถใช้เป็นวิธี ซ่อมแลคเกอร์เก่า หรือฟื้นผิวให้กลับมาเงาสวยได้โดยไม่ต้องลอกผิวทั้งหมด ช่วยประหยัดทั้งเวลาและต้นทุน เงื่อนไขที่สำคัญก่อนพ่นแลคเกอร์ทับของเดิม คือ

  • ผิวแลคเกอร์เดิมต้องแข็งแรง ฟิล์มสีต้องยึดเกาะแน่นกับพื้นผิว ไม่มีอาการหลุดล่อนหรือพองตัว
  • ไม่มีจุดลอก แตก หรือรอยร้าว หากพบจุดลอกหรือรอยแตก ควรแก้ไขหรือขัดลอกเฉพาะจุดก่อน ไม่ควรพ่นทับทันที
  • ทำความสะอาดและขัดผิวเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ ต้องกำจัดคราบน้ำมัน ฝุ่น และสิ่งสกปรกออกให้หมด พร้อมขัดผิวให้ด้านเล็กน้อย เพื่อให้แลคเกอร์ใหม่สามารถเกาะผิวเดิมได้ดี

หากครบตามเงื่อนไขนี้ การพ่นแลคเกอร์ ทับของเดิมจะช่วยให้ผิวงานเรียบสวยและยืดอายุการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงของงานเสียในระยะยาว

ขัดผิวแลคเกอร์เก่า

เมื่อไหร่ที่พ่นทับได้ และเมื่อไหร่ที่ต้องลอกออก?

ก่อนตัดสินใจพ่นแลคเกอร์ใหม่ทับแลคเกอร์เก่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินสภาพผิวเดิมอย่างรอบคอบ เพราะการพ่นทับจะให้ผลลัพธ์ที่ดีได้ก็ต่อเมื่อแลคเกอร์เก่ายังอยู่ในสภาพที่เหมาะสม หากประเมินผิดและพ่นทับในกรณีที่ไม่ควร อาจทำให้เกิดปัญหาการยึดเกาะ ผิวแตกร้าว หรือหลุดล่อนในภายหลัง การรู้ว่าเมื่อไหร่ควรพ่นทับ และเมื่อไหร่ควรลอกออก จะช่วยลดความเสี่ยงของงานเสีย และช่วยให้การ ซ่อมแลคเกอร์เก่า ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ

กรณีที่พ่นแลคเกอร์ทับของเก่าได้

หากแลคเกอร์เดิมยังอยู่ในสภาพดี การพ่นแลคเกอร์ใหม่ทับสามารถช่วยฟื้นผิวและเพิ่มความเงาได้ โดยไม่จำเป็นต้องลอกผิวทั้งหมด

  • แลคเกอร์เดิมยังเกาะแน่น ไม่หลุดล่อน ฟิล์มเดิมยังแข็งแรง ไม่มีอาการพองหรือแยกชั้นจากพื้นผิว
  • ผิวเรียบ ไม่มีคราบน้ำมันหรือคราบสกปรก เมื่อทำความสะอาดแล้ว ผิวต้องพร้อมสำหรับการ เตรียมผิวก่อนพ่นแลคเกอร์
  • ต้องการเพิ่มความเงา หรือฟื้นผิวเล็กน้อย เหมาะสำหรับงานที่ผิวหมองลงตามอายุการใช้งาน แต่ยังไม่เสียหายรุนแรง
  • งานรถยนต์ที่แลคเกอร์หมองเล็กน้อย แต่สีพื้นยังดี สามารถพ่นแลคเกอร์ใหม่เพื่อคืนความเงา โดยไม่ต้องลอกสีพื้นออก

กรณีที่ต้องลอกแลคเกอร์เก่าออกก่อน

ในบางกรณี แลคเกอร์เก่าเสื่อมสภาพจนไม่เหมาะกับการพ่นทับ หากฝืนพ่นใหม่อาจทำให้งานเสียและเกิดปัญหาในระยะยาว

  • ผิวลอก แตก ขุ่น หรือเป็นฝ้า แสดงว่าแลคเกอร์เก่าเสื่อมสภาพ ไม่เหมาะสำหรับการพ่นทับ
  • มีรอยด่าง หรือแลคเกอร์เสื่อมจากแดดอย่างหนัก หากพ่นทับโดยไม่ลอกออก ปัญหาจะยังคงปรากฏและอาจลุกลาม
  • ฟิล์มแลคเกอร์เดิมหนาเกินไป การพ่นทับเพิ่มอาจทำให้ฟิล์มหนาเกิน เกิดการแตกร้าวในระยะยาว
  • เคยพ่นแลคเกอร์ 1K แต่ต้องการเปลี่ยนเป็น 2K ในบางกรณีระบบแลคเกอร์อาจไม่เข้ากัน ควรลอกผิวเดิมออกและทดสอบก่อนพ่นใหม่

การแยกแยะเงื่อนไขเหล่านี้อย่างชัดเจน จะช่วยให้การพ่นแลคเกอร์ และการซ่อมผิวงานได้ผลลัพธ์ที่เรียบสวย แข็งแรง และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมาก

วิธีเตรียมพื้นผิวก่อนพ่นแลคเกอร์ใหม่ทับของเดิม

การเตรียมผิวอย่างเป็นระบบจะช่วยให้การซ่อมแลคเกอร์เก่า ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพและยืดอายุการใช้งานของผิวงาน วิธีเตรียมพื้นผิวก่อนพ่นแลคเกอร์ใหม่ทับของเดิม ได้แก่

1. ทำความสะอาดผิวให้หมดจด

เริ่มจากการกำจัดคราบสกปรก คราบไขมัน และสิ่งปนเปื้อนบนพื้นผิว โดยควรใช้น้ำยาล้างคราบไขมันหรือน้ำยาทำความสะอาดที่ออกแบบมาสำหรับงานพ่นสีโดยเฉพาะ

ควรหลีกเลี่ยงคราบซิลิโคนและน้ำมันอย่างเด็ดขาด เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แลคเกอร์ใหม่ไม่เกาะผิว และอาจเกิดปัญหาฟิชอายหรือผิวเป็นหลุมหลังการพ่น

2. ขัดผิวให้ด้านเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ

หลังจากทำความสะอาดแล้ว ควรขัดผิวแลคเกอร์เดิมให้มีความด้านเล็กน้อย เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะของแลคเกอร์ใหม่ แนะนำให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ 800–1500 ขัดให้ผิวด้านและเรียบเสมอทั่วทั้งชิ้นงาน ระวังอย่าขัดแรงเกินไปจนทะลุถึงเนื้อวัสดุ หากไม่จำเป็น

3. ลบตำหนิหรือรอยแตกบนแลคเกอร์เก่า

หากพบรอยแตก (Cracking) หรือรอยแตกลายงาบนแลคเกอร์เดิม ควรขัดลอกบริเวณนั้นออกจนถึงชั้นสีพื้นหรือเนื้อวัสดุ ก่อนทำการพ่นใหม่ การพ่นแลคเกอร์ทับรอยแตกโดยไม่แก้ไข จะทำให้รอยเดิมปรากฏซ้ำ และลดความแข็งแรงของฟิล์มสีในระยะยาว

4. เป่าและเช็ดฝุ่นออกก่อนพ่น

ก่อนเริ่ม พ่นแลคเกอร์ ควรเป่าฝุ่นออกจากพื้นผิวด้วยลมสะอาด จากนั้นเช็ดซ้ำด้วย ผ้า Tack Cloth เพื่อกำจัดฝุ่นละเอียดที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ขั้นตอนนี้จะช่วยลดปัญหาฝุ่นฝังผิว และช่วยให้แลคเกอร์ใหม่เกาะผิวได้อย่างสม่ำเสมอ

การเตรียมพื้นผิวอย่างถูกต้องตามขั้นตอนเหล่านี้ จะช่วยให้การพ่นแลคเกอร์ใหม่ทับของเดิมได้ผิวที่เรียบสวย ยึดเกาะดี และลดความเสี่ยงของงานเสียในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีพ่นแลคเกอร์ใหม่ทับแลคเกอร์เก่าอย่างถูกต้อง

วิธีพ่นแลคเกอร์ใหม่ทับแลคเกอร์เก่าอย่างถูกต้อง

หลังจากเตรียมผิวก่อนพ่นแลคเกอร์เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนการพ่นถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะกำหนดความเรียบสวยและความทนทานของผิวงาน การ พ่นแลคเกอร์ใหม่ทับแลคเกอร์เก่า ควรทำอย่างเป็นลำดับและควบคุมทุกขั้นตอนอย่างเหมาะสม เพื่อให้แลคเกอร์ใหม่ยึดเกาะได้ดี ลดปัญหาการไหลเยิ้ม ฟองอากาศ หรือผิวไม่เรียบในภายหลัง

1. พ่นชั้นแรกแบบบาง ๆ (Tack Coat)

เริ่มจากการพ่นชั้นแรกแบบบาง หรือที่เรียกว่า Tack Coat โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างชั้นยึดเกาะระหว่างแลคเกอร์เก่ากับแลคเกอร์ใหม่ การพ่นชั้นบางจะช่วยให้ผิวไม่ไหลเยิ้ม และลดความเสี่ยงของการย่นหรือการแยกชั้นของฟิล์มแลคเกอร์ โดยไม่ควรพ่นหนาในขั้นตอนนี้

2. พ่นชั้นต่อไปให้สม่ำเสมอ

หลังจากชั้นแรกเซ็ตตัวแล้ว ให้พ่นชั้นถัดไปด้วยความสม่ำเสมอ โดยควร เดินปืนพ่นให้เท่ากันตลอดแนว รักษาระยะและความเร็วให้คงที่ ระหว่างการพ่นแต่ละชั้น ควรเว้นระยะ Flash-off ตามประเภทของแลคเกอร์ที่ใช้ เพื่อให้ชั้นก่อนหน้าเซ็ตตัวอย่างเหมาะสมและช่วยให้ผิวงานเรียบสวยมากขึ้น

3. เลือกใช้แลคเกอร์ให้เหมาะ (1K / 2K)

การเลือกประเภทแลคเกอร์มีผลต่อทั้งความสวยงามและความทนทานของงาน

  • แลคเกอร์ 1K ใช้งานง่าย แห้งเร็ว เหมาะกับงานทั่วไปและการซ่อมผิวเล็กน้อย
  • แลคเกอร์ 2K ให้ความแข็งแรงและความเงาสูงกว่า เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้ แลคเกอร์ 2K ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากมีสาร Isocyanates ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากกรองไอสารเคมี และพ่นในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทดี

อ่านบทความที่น่าสนใจ: แลคเกอร์ 1K กับ 2K ต่างกันยังไง? เข้าใจความต่างก่อนเลือกใช้งาน

4. เลือกใช้แลคเกอร์ให้เหมาะ (1K / 2K)

ระหว่างการพ่น ควรตรวจสอบพื้นผิวอย่างสม่ำเสมอ หากพบฟองอากาศ ฝุ่น หรือจุดตำหนิเล็กน้อย ควรแก้ไขทันทีด้วยการรอให้ผิวแห้งเล็กน้อย แล้วขัดเบา ๆ ก่อนพ่นชั้นถัดไป การแก้ไขตั้งแต่ระหว่างขั้นตอน จะช่วยให้ผิวงานสุดท้ายเรียบสวย และลดการแก้งานหลังพ่นเสร็จ

การพ่นแลคเกอร์อย่างถูกวิธีตามขั้นตอนเหล่านี้ จะช่วยให้การ ซ่อมแลคเกอร์เก่า และการพ่นทับได้ผิวที่สวยงาม แข็งแรง และมีอายุการใช้งานยาวนานมากขึ้น

ข้อควรระวังเมื่อพ่นแลคเกอร์ใหม่ทับของเดิม

แม้การพ่นแลคเกอร์ใหม่ทับแลคเกอร์เก่าจะช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนได้มาก แต่หากละเลยข้อควรระวังบางประการ อาจทำให้งานเสียหรือเกิดปัญหาในระยะยาว ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญต่อไปนี้อย่างรอบคอบ

ความเข้ากันของสีและแลคเกอร์

ระบบสีและแลคเกอร์ไม่ได้เข้ากันได้ทุกกรณี โดยเฉพาะการพ่น แลคเกอร์ 2K ทับ แลคเกอร์ 1K ซึ่งบางครั้งอาจเกิดอาการย่นหรือการยึดเกาะไม่ดี

เพื่อความปลอดภัย ควร ทดสอบพ่นกับชิ้นงานขนาดเล็ก หรือพื้นที่ที่ไม่เด่นก่อนพ่นจริง เพื่อดูปฏิกิริยาของสีและแลคเกอร์ และลดความเสี่ยงของงานเสีย

ความหนาของฟิล์ม

หากฟิล์มแลคเกอร์เดิมมีความหนามากอยู่แล้ว การพ่นทับเพิ่มอาจทำให้ฟิล์มหนาเกินไป ส่งผลให้เกิดการ แตกร้าวหรือหลุดล่อนในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อชิ้นงานเจอความร้อนหรือการขยายตัว

การควบคุมจำนวนชั้นพ่นและความหนาของแลคเกอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการ ซ่อมแลคเกอร์เก่า ให้ได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

สภาพอากาศ

สภาพแวดล้อมขณะพ่นมีผลต่อคุณภาพผิวอย่างมาก ควรหลีกเลี่ยงการพ่นในสภาพ ความชื้นสูง เพราะอาจทำให้แลคเกอร์เกิดฝ้าหรือผิวขุ่น นอกจากนี้ อากาศร้อนจัด จะทำให้แลคเกอร์แห้งเร็วเกินไป ส่งผลให้ผิวไม่เรียบหรือยึดเกาะไม่ดี ควรเลือกพ่นในสภาพอากาศที่เหมาะสมและควบคุมสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงมาตรฐานมากที่สุด

การใส่ใจข้อควรระวังเหล่านี้ จะช่วยให้การ พ่นแลคเกอร์ใหม่ทับของเดิม ได้ผิวงานที่เรียบสวย แข็งแรง และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังการใช้งานในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป: พ่นแลคเกอร์ทับของเดิมได้ แต่ต้องประเมินผิวและเตรียมงานให้ถูกต้อง

การพ่นแลคเกอร์ใหม่ทับของเดิม สามารถทำได้จริง หากแลคเกอร์เก่ายังอยู่ในสภาพดี ยึดเกาะแน่น และผ่านการ เตรียมผิวก่อนพ่นแลคเกอร์ อย่างถูกต้อง การพ่นทับในกรณีนี้สามารถช่วยฟื้นผิว เพิ่มความเงา และยืดอายุการใช้งานของชิ้นงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องลอกผิวทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม หากแลคเกอร์เก่าเสื่อมสภาพมาก มีอาการลอก แตก ขุ่น หรือฟิล์มหนาเกินไป การพ่นทับจะไม่ให้ผลลัพธ์ที่ดี ในกรณีนี้ควรลอกแลคเกอร์เดิมออกก่อน เพื่อให้ได้คุณภาพผิวที่เรียบสวย แข็งแรง และลดปัญหาการหลุดล่อนในอนาคต

สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเลือกประเภทแลคเกอร์ให้เหมาะสม (1K หรือ 2K) ควบคู่กับการเตรียมผิวและขั้นตอนการพ่นที่ถูกต้อง เพราะทั้งหมดมีผลโดยตรงต่อทั้ง ความทนทานและความสวยงามของงาน หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับแลคเกอร์ อุปกรณ์พ่นสี หรือโซลูชันงานพ่นสีระดับมืออาชีพ สามารถดูข้อมูลและสอบถามผู้เชี่ยวชาญได้ที่ integ.co.th ซึ่งพร้อมช่วยให้คุณได้ผลงานที่มีคุณภาพสูงสุด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการพ่นแลคเกอร์ทับของเดิม

Q: พ่นแลคเกอร์ใหม่ทับแลคเกอร์เก่าได้ไหม?

A: ได้ หากแลคเกอร์เดิมยังแข็งแรง ไม่ลอก ไม่แตก และมีการเตรียมผิวก่อนพ่นแลคเกอร์อย่างถูกต้อง แต่ถ้าแลคเกอร์เก่าเสื่อมสภาพมาก ควรลอกออกก่อน

Q: พ่นแลคเกอร์ 2K ทับแลคเกอร์ 1K ได้หรือไม่?

A: ทำได้ในบางกรณี แต่ควรขัดผิวให้ด้านและทดสอบกับชิ้นงานเล็กก่อน เพราะบางครั้งอาจเกิดอาการย่นหรือยึดเกาะไม่ดี

Q: จำเป็นต้องขัดผิวก่อนพ่นแลคเกอร์ทับหรือไม่?

A: จำเป็นมาก การพ่นแลคเกอร์โดยไม่ขัดผิวจะทำให้แลคเกอร์ใหม่ไม่เกาะผิวเดิม และหลุดล่อนง่ายในระยะยาว

Q: ถ้าแลคเกอร์เก่าลอกเป็นแผ่น ควรทำอย่างไร?

A: ควรลอกแลคเกอร์เก่าออกทั้งหมดก่อน แล้วจึงพ่นใหม่ ไม่ควรพ่นทับ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาการหลุดล่อนซ้ำ

Q: พ่นแลคเกอร์ทับของเดิมต้องใช้ทินเนอร์แบบไหน?

A: ควรใช้ทินเนอร์ที่เหมาะกับประเภทแลคเกอร์ที่เลือกใช้ (1K หรือ 2K) และเป็นทินเนอร์เกรดสำหรับงานพ่นสี เพื่อช่วยให้ผิวเรียบและลดปัญหาผิวส้มหรือคราบฝ้า

Share :

Facebook
Email
X

เลือกอ่าน