เทคนิคที่ 1 การเตรียมพื้นผิวให้พร้อม

การเตรียมพื้นผิวให้วัสดุให้พร้อม ถือเป็นหัวใจหลักของผลลัพธ์การพ่นสีเลยก็ว่าได้ เพราะการมีคราบ สิ่งสกปรก และเศษฝุ่น ติดอยู่ที่พื้นผิว จะทำให้การพ่นสีเกิดความขรุขระ ไม่เรียบเนียน ไม่ว่าจะใช้เครื่องพ่นสีดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถพ่นออกมาให้สวยงามได้

วิธีการเตรียมพื้นผิวสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

  • การใช้กระดาษทรายขัดบริเวณที่ไม่ราบเรียบ
  • การใช้ทินเนอร์ที่แห้งช้าสำหรับสภาพอากาศร้อน และใช้ทินเนอร์ที่แห้งไวเมื่อมีสภาพอากาศเย็น
  • การใช้เครื่องพ่นทรายเพื่อกำจัดคราบสนิมและสีเก่าออก
  • รอให้พื้นผิวแห้งสนิทจริง ๆ จึงเริ่มพ่นสี

เทคนิคที่ 2 การเลือกขนาด Nozzle และแรงดันให้เหมาะสม

Nozzle หรือหัวฉีดพ่นสี เป็นหนึ่งในเทคนิคพ่นสีกันสนิมที่สำคัญ เพราะวิธีการจะทำให้สีเนียนสวย คือ การเลือกหัวพ่นและแรงดันในการพ่นให้สมดุลกัน

โดยรายละเอียดและองค์ประกอบในการเลือก สามารถทำได้ดังนี้

  • หัวพ่นสีขนาด 0.4 – 1.3 มม. มีละอองละเอียด ใช้กับสีที่มีความหนืดน้อย นิยมนำมาพ่นงานที่ต้องใช้ความละเอียดสูง เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์
  • หัวพ่นสีขนาด 1.3 – 1.8 มม. มีละอองละเอียด ใช้กับสีที่มีความหนืดน้อยไปจนถึงปานกลาง สำหรับการพ่นงานทั่วไป
  • หัวพ่นสีขนาด 2 มม. ขึ้นไป นิยมใช้กับสีที่มีความหนืดสูง และพ่นงานที่มีขนาดใหญ่หรืองานอุตสาหกรรม
  • ปรับค่าแรงดันของเครื่องพ่นสีแรงดันสูง ให้อยู่ที่ประมาณ 25–35 psi ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่นิยมใช้ในงานพ่นสี โดยสามารถพิจารณาปรับเพิ่ม-ลดแรงดัน ได้ตามแนวสีที่พ่นออกมา ว่ามีความสวยงามและเรียบเนียนพอหรือไม่

นอกจากการเลือกขนาดแล้ว เทคนิคพ่นสีกันสนิมให้เนียนแบบง่าย ๆ สามารถทำได้ด้วยการตรวจสอบตัวหัวพ่นว่าตันหรือมีส่วนชำรุดหรือไม่ เพราะจุดตำหนิเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจทำให้การพ่นสีออกมาไม่สม่ำเสมอได้

อ่านบทความเพิ่มเติม: เลือกหัวพ่นสีอย่างไรให้เหมาะกับงาน 5 ปัจจัยที่มืออาชีพต้องรู้

เทคนิคที่ 3 การกะระยะห่างและองศาการพ่นสี

วิธีพ่นสีเหล็กกันสนิมให้เรียบและเนียน ขึ้นอยู่กับระยะห่าง องศา และการเคลื่อนไหวของผู้พ่น หากองค์ประกอบเหล่านี้เป็นไปอย่างถูกต้อง จะช่วยลดโอกาสในการเกิดความไม่สม่ำเสมอ

  • ระยะห่างคงที่เทคนิคพ่นสีกันสนิมให้เรียบเนียน ต้องรักษาระยะห่างในการพ่นให้คงที่ เพราะระยะห่างส่งผลต่อความหนาและการแห้งของสี หากไกลเกินไปอาจทำให้สีกันสนิมแห้งก่อนถึงพื้นผิว จนดูไม่เรียบเนียน โดยระยะห่างที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 15-25 เซนติเมตร
  • ตั้งฉาก 90 องศาการใช้อุปกรณ์พ่นสี ควรถือหัวพ่นให้ตั้งฉากกับพื้นผิว 90 องศาเสมอ ไม่ควรสะบัดข้อมือหรือหมุนจนเกิดแนวโค้ง เพราะจะทำให้ระยะห่างไม่เท่ากัน สีที่พ่นจะไม่สม่ำเสมอ

เทคนิคที่ 4 การพ่นสีแบบเหลื่อมทับ

ปัญหาของการพ่นสีส่วนใหญ่ คือ สีไม่สม่ำเสมอจากการพ่นคนละรอบ เมื่อนำสีไปพ่นทับตรงจุดที่มีสีบางกว่า ก็อาจทำให้เกิดความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจน วิธีการพ่นสีแบบเหลื่อมทับ หรือ Overlapping จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

โดยมีวิธีการ ดังนี้

  • การพ่นทับแบบ 50%เทคนิคพ่นสีกันสนิมแบบ 50% คือ เมื่อทำการพ่นสีเสร็จแล้ว 1 แนว ก่อนจะเริ่มแนวที่ 2 ให้พ่นทับแนวเดิมไปอีกครึ่งหนึ่ง เพื่อลบรอยต่อในแต่ละแนว และทำให้ความหนาของสีมีความเท่ากัน
  • การพ่นทับสลับแนว สำหรับงานพ่นสีรองพื้นกันสนิม หรืองานที่ต้องการความหนาพิเศษ ให้พ่นสีรอบแรกเป็นแนวตั้ง จากนั้นให้พ่นทับอีกรอบในแนวนอน เพื่อปิดรูพรุนที่ไม่โดนสี
วิธีพ่นสีเหล็กให้เรียบด้วยการตรวจวัด qc

เทคนิคที่ 5 การตรวจสอบคุณภาพระหว่างการพ่น

การตรวจสอบคุณภาพหรือการ QC พ่นสี เป็นการตรวจสอบการพ่นสีตามมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อให้ผลงานออกมาสมบูรณ์แบบ

  • เครื่องมือวัดความหยาบผิวตรวจสอบความสะอาด ใช้ในขั้นตอนการเตรียมพื้นผิวก่อนลงมือพ่นสีจริง
  • เครื่องวัดความหนาสีตรวจสอบความหนาของสี ทั้งก่อนแห้งและหลังแห้ง โดยค่าเฉลี่ยความหนาขึ้นอยู่กับที่ผู้ผลิตกำหนด
  • เครื่องทดสอบการยึดเกาะตรวจสอบการยึดเกาะระหว่างสีกับพื้นผิว เพื่อประเมินว่ามีการหลุดร่อนของสีหรือไม่

เปรียบเทียบเครื่องพ่นสีธรรมดา vs เครื่องพ่นสีแรงดันสูง

คุณสมบัติเครื่องพ่นสีแบบลมเครื่องพ่นสีแรงดันสูง
วิธีการทำงานทำงานโดยใช้แรงดันอากาศอัดทำงานโดยการใช้แรงดันสูงดันสีผ่านหัวพ่นขนาดเล็ก
ความเร็วในการพ่นสีปานกลางรวดเร็วมาก
สีที่ใช้เหมาะกับสีทุกประเภทนิยมใช้กับสีที่มีความหนืด
ประเภทงานที่นิยมใช้งานประณีตและซับซ้อน เช่น งานพ่นสีรถยนต์ งานเฟอร์นิเจอร์งานก่อสร้าง งานอุตสาหกรรม การพ่นสีโครงสร้างขนาดใหญ่ และการพ่นสีกันสนิม

อ่านบทความเพิ่มเติม: เครื่องพ่นสีมีกี่ประเภท? รู้จักเครื่องพ่นสีแต่ละแบบและการใช้งานที่เหมาะสม

เครื่องพ่นสีแรงดันสูงสำหรับพ่นกันสนิมเหล็ก

พ่นสีกันสนิมให้เนียนสวย ใช้อุปกรณ์พ่นสีคุณภาพดีจาก INTEG

เทคนิคพ่นสีกันสนิมให้ออกมาเรียบเนียน ไม่ใช่แค่เรื่องของฝีมือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่การเลือกอุปกรณ์พ่นสีที่ได้มาตรฐาน และการ QC ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะบ่อยครั้งที่เลือกพ่นสีกันสนิมตามเทคนิคดี ๆ มากมาย แต่สุดท้ายงานกลับออกมาไม่สม่ำเสมอ

INTEG ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายเครื่องพ่นสีแรงดันสูงจาก WIWA และเครื่องมือวัด QC หลากหลายรูปแบบรวมถึงเครื่องพ่นทราย ทรายพ่น และชุด PPE ที่ผ่านการรองรับมาตรฐานสากล สามารถนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพใช้ควบคู่กับเทคนิคพ่นสีกันสนิมให้เนียนสวยไร้ตำหนิ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เทคนิคพ่นสีกันสนิม

Q: พ่นสีแล้วสีเป็นเม็ด ๆ เหมือนผิวส้ม มีสาเหตุมาจากอะไร?

A: สาเหตุมักเกิดจากการใช้สีหนืดเกินไป หรือปรับแรงดันต่ำมากเกินไป ทำให้สีแตกตัวไม่ละเอียดขณะพ่น

Q: ทำไมการพ่นสีกันสนิมแล้ว ยังเกิดสนิมใต้ชั้นสีที่พ่นได้อีก?

A: เพราะขั้นตอนการเตรียมพื้นผิวไม่ละเอียดมากพอ จนทำให้มีคราบสนิมเก่าและความชื้นหลงเหลืออยู่ ดังนั้นก่อนการพ่นสี จึงต้องใช้เครื่องมือวัดความหยาบผิวในการตรวจสอบก่อน เพื่อความมั่นใจและลดโอกาสการเกิดสนิม

Q: สามารถพ่นสีทับสนิมได้เลยหรือไม่?

A: ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าสีแบบชนิดจะสามารถพ่นทับสนิมได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว การทำความสะอาดพื้นผิวเพื่อกำจัดคราบสนิมเก่าออกก่อน จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานได้มากที่สุด

Q: ในวันที่ฝนตกหรือมีความชื้นสูง สามารถพ่นสีกันสนิมได้หรือไม่?

A: ไม่แนะนำให้ทำ เพราะความชื้นจะส่งผลต่อการยึดเกาะระหว่างสีที่พ่นและพื้นผิว เมื่อสีแห้งช้าจะทำให้เกิดสนิมใต้ชั้นเคลือบได้