ทำความรู้จักเครื่องพ่นสีและความสำคัญในการใช้งาน

เครื่องพ่นสี คือ อุปกรณ์ที่ช่วยเปลี่ยนสารละลาย ของเหลว หรือเนื้อสี ให้กลายเป็นละอองพ่นไปยังพื้นผิวต่าง ๆ ซึ่งละอองที่ละเอียดเหล่านี้ จะช่วยให้การทาสีมีความเรียบเนียน ละเอียด และไม่หนาจนเกินไป เมื่อเทียบกับเทคนิคการทาสีแบบเก่า ซึ่งการพ่นสีมีจุดเด่นอยู่ที่ความรวดเร็วในการทำงาน ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถเนรมิตสีใหม่ให้กับวัสดุของคุณอย่างสวยงาม

ภาพรวมของความโดดเด่นในการใช้เครื่องพ่นสี

  • ความรวดเร็ว ละอองที่ละเอียดและกระจายตัวเป็นวงกว้าง ทำให้การพ่นสีกินพื้นที่ของพื้นผิวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน และลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้
  • ความละเอียดและสม่ำเสมอ ละอองที่พ่นออกมามีความบางกว่าการใช้ลูกกลิ้งหรือแปรงทาสี ทำให้ฟิล์มสีไม่หนาจนเกินไปเมื่อพ่นซ้ำที่เดิม อีกทั้งยังสียังมีความสม่ำเสมอจากแรงดันที่คงที่จากเครื่องพ่นสีที่ถูกออกแบบมาอย่างดี
  • การยึดเกาะ แรงดันจากเครื่องจะผลักให้ละอองของสียึดเกาะกับรูพรุน และส่วนต่าง ๆ ของพื้นผิวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะพื้นผิวที่ผ่านการพ่นทรายมาแล้ว

อ่านบทความเพิ่มเติม: ทำไมต้องพ่นทรายก่อนพ่นสี? แนะนำวิธีการเตรียมพื้นผิว

รูปแบบการทำงานของเครื่องพ่นสีแต่ละประเภท

ประเภทของเครื่องพ่นสีอุตสาหกรรม

เครื่องพ่นสีอุตสาหกรรมถูกออกแบบและพัฒนาอยู่เสมอ ส่งผลให้ในปัจจุบันมีเครื่องพ่นสีหลากหลายประเภท เพื่อรองรับความต้องการในการใช้งานของพื้นผิวแต่ละแบบ โดยแต่ละประเภทจะมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกันไป

1. เครื่องพ่นสีระบบ Airless

เครื่องพ่นสีแบบไม่ใช้แรงอัดอากาศ สีที่พ่นออกมาจากตัวเครื่องจะไม่ฟุ้งกระจายในอากาศ แต่จะพุ่งตรงไปติดอยู่กับพื้นผิวของชิ้นงาน ช่วยประหยัดปริมาณสี สามารถพ่นสีที่มีความหนืดสูงได้เป็นอย่างดี นิยมใช้ในงานที่มีเนื้อที่หรือขนาดค่อนข้างใหญ่ เช่น งานอุตสาหกรรม และงานก่อสร้าง

โดยสามารถแบ่งประเภทย่อยของเครื่องพ่นสี Airless ได้ทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้

  • เครื่องพ่นสีแบบมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถใช้กับไฟฟ้าในบ้าน 220 โวลต์ได้ มีความสะดวกในการใช้งาน หากไฟฟ้าไม่เสถียรมีโอกาสเกิดการกระชากไฟ
  • เครื่องพ่นสีแบบมอเตอร์ลม ต้องใช้ปั๊มลมในการทำงาน เหมาะกับการพ่นสีในโรงงาน หรือสถานที่ที่ไม่ต้องมีการขนย้ายสิ่งของ สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยเพราะไม่มีระบบไฟฟ้าในตัว
  • เครื่องพ่นสีแบบใช้เครื่องยนต์ ต้องใช้น้ำมันในการทำงาน สามารถเคลื่อนย้ายไปได้หลาย ๆ สถานที่ นิยมใช้ในการพ่นสีถนน หรือสะพาน

2. เครื่องพ่นสีระบบ Air Spray

เครื่องพ่นสีแบบใช้แรงดันอากาศ ทำให้สีแตกตัวเป็นละอองละเอียดขณะที่ถูกดันออกมาทางหัวพ่นสี เนื้อสีที่กระจายตัวไปยังพื้นผิว จะมีความเรียบเนียน มันเงา แต่ด้วยการแตกตัวของละอองที่กระจายออกไปในอากาศ ส่งผลให้เนื้อสีบางส่วนไม่ได้ถูกพ่นไปโดนชิ้นงานโดยตรง ทำให้ค่อนข้างเปลืองเนื้อสี ส่วนมากนิยมใช้ในงานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น งานเฟอร์นิเจอร์ งานพ่นสีรถยนต์ เป็นต้น

3. เครื่องพ่นสีระบบไฟฟ้า Electrostatic

หลักการทำงานของเครื่องพ่นสีระบบไฟฟ้า คือ การใช้วิธีการจับกันของประจุไฟฟ้าสถิตภายในเนื้อสี ผ่านระบบสุญญากาศ เมื่อประจุขั้วบวกและขั้วลบจับตัวกัน จะเคลื่อนที่ได้ด้วยการไหลของอิเล็กตรอน เป็นประเภทของเครื่องพ่นสีที่ประหยัดเนื้อสีมากที่สุด สามารถใช้ได้กับงานทุกพื้นผิว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า

เปรียบเทียบรายละเอียดและความแตกต่างระหว่าง ระบบ Airless และ Air Spray

ปัจจุบันเครื่องพ่นสีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ เครื่องพ่นระบบ Airless และ Air Spray โดยในหัวข้อนี้จะมาทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของทั้ง 2 ระบบ เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจเลือกใช้

เปรียบเทียบAirlessAir Spray
พื้นที่ในการพ่นพ่นสีชิ้นงานขนาดใหญ่ได้ละเอียด แม่นยำพ่นสีชิ้นงานขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว แต่ต้องพ่นซ้ำหลายครั้ง
การกระจายตัวของละอองสีสีไม่ฟุ้งกระจายไปในอากาศ เนื้อสีเกือบทั้งหมดจะติดอยู่ที่พื้นผิวละอองกระจายเป็นวงกว้าง เนื้อสีไม่โดนพื้นผิวทั้งหมด
ความหนืดของสีที่ใช้ใช้ได้กับสีทุกประเภท โดยเฉพาะสีมีความหนืดสูงสีมีความหนืดไม่มาก ต้องเติมทินเนอร์ก่อนพ่น
จำนวนรอบที่พ่นพ่น 1-2 ครั้งพ่นหลายรอบ
วิธีเลือกเครื่องพ่นสีให้เหมาะสม

วิธีเลือกเครื่องพ่นสีให้เหมาะสมกับการใช้งาน

เครื่องพ่นสีที่มีจำหน่ายในท้องตลาดมีให้เลือกหลากหลายประเภท นอกจากความแตกต่างของวัตถุประสงค์ในการใช้งานแล้ว ยังมีรายละเอียดของวัสดุที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ และความปลอดภัยในการใช้งาน ก่อนเลือกซื้อเครื่องพ่นสี ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างครบถ้วนก่อน

1. ชนิดและปริมาณของสีที่ใช้

จากที่กล่าวไปข้างต้นว่า เครื่องพ่นสีระบบ Airless สามารถใช้ได้กับสีทุกประเภทแม้จะมีความหนืดสูงก็ตาม ในขณะเดียวกัน เครื่องพ่นสีระบบ Air Spray เหมาะกับการใช้สีที่หนืดไม่มาก หรือต้องเติมทินเนอร์ก่อนใช้งาน อีกทั้งยังใช้ปริมาณสีที่เยอะกว่า ดังนั้นหากต้องการประหยัดเนื้อสี จึงควรเลือกใช้ระบบ Airless มากกว่า Air Spray แต่กรณีที่ต้องการงานพ่นสีบาง ๆ ระบบ Air Spray จะเหมาะสมมากกว่า

2. วัสดุของตัวเครื่อง

แม้จะเลือกประเภทของเครื่องพ่นได้ตามต้องการ แต่ยี่ห้อเครื่องพ่นสีก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ ในท้องตลาดที่มีการจำหน่ายเครื่องพ่นราคาถูก วัสดุที่ใช้ทำอาจมาจากพลาสติก หรืออุปกรณ์เกรดต่ำ ทำให้สีมีการจับตัวเป็นก้อน ต้องทำความสะอาดบ่อยครั้ง และเสี่ยงต่อการชำรุด ดังนั้นจึงต้องเลือกเครื่องพ่นสีที่ทำจาก โลหะ หรือ แสตนเลส เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพในการใช้งาน

3. ขนาดของชิ้นส่วนงานที่ทำ

กรณีมีปริมาณงานที่ต้องพ่นสีเยอะ หรือชิ้นงานมีขนาดใหญ่ กินพื้นที่กว้าง ต้องการปิดจบงานให้ไวที่สุด เช่น งานก่อสร้าง งานอุตสาหกรรม สามารถเลือกใช้เครื่องพ่นสีระบบ Airless ได้ เพราะมีข้อได้เปรียบในเรื่องของความรวดเร็ว สีที่พ่นออกมาไม่มีลมผสม ยึดเกาะแน่น ไม่ต้องพ่นสีทับหลายรอบ

4. รูปแบบและสถานที่การทำงาน

การพ่นสีในโรงงานหรือในสถานที่ที่มีการจัดเตรียมเอาไว้แล้ว สามารถใช้เครื่องพ่นสีประเภทใดก็ได้ ตามลักษณะเนื้องานที่ต้องการ แต่ในกรณีที่ต้องมีการทำงานนอกสถานที่ ควรเลือกเครื่องพ่นที่สามารถขนย้ายได้ง่าย ใช้งานได้ในทุกสถานที่ เช่น เครื่องพ่นสี Airless แบบใช้เครื่องยนต์ เป็นต้น

5. คุณสมบัติโดยรวมในการทำงาน

เปรียบเทียบสเปกในใจ กับคุณสมบัติการทำงานภาพรวมของเครื่องพ่นสีแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณสีที่ใช้ ความหนาของชั้นเคลือบสี ความละเอียด รูปแบบการทำงาน วิธีการทำงานความสะอาด และความเร็วในการพ่นสี เป็นต้น

6. งบประมาณ

เครื่องพ่นสีแต่ละประเภทมีราคาแตกต่างกันตามสเปกในการทำงาน หากคุณเป็นธุรกิจที่จำเป็นต้องใช้เครื่องพ่นจำนวนมากในระยะยาว การลงทุนกับระบบ Airless แม้จะมีราคาสูง แต่คุณภาพดี สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเครื่องพ่นประเภทนี้จะช่วยประหยัดสีที่ใช้ได้มากกว่าประเภทอื่น ๆ

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยในเรื่องของค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร ที่ต้องจ่ายในการดูแลอย่างสม่ำเสมอ การพิจารณาเลือกตัวแทนจำหน่ายที่มีบริการหลังการขาย สามารถซ่อมบำรุง และตรวจเช็กการทำงานของเครื่องพ่นสีได้อย่างละเอียด จะช่วยลดงบประมาณ และระยะเวลาในการจัดการด้วยตนเอง

อ่านบทความเพิ่มเติม:เครื่องพ่นสีอุตสาหกรรมเลือกแบบไหนดี? แนะนำประเภทและการเลือกใช้งาน

เครื่องพ่นสี wiwa รองรับมาตรฐานสากล

สั่งซื้อเครื่องพ่นสีอุตสาหกรรม WIWA ได้ที่ INTEG

งานอุตสาหกรรมกับเครื่องพ่นสีเป็นของคู่กัน การพ่นสีให้ชิ้นงานออกมาเรียบเนียน สวยงาม จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับวิธีเลือกซื้อเครื่องพ่นสี เพื่อความมั่นใจในการใช้งาน และป้องกันปัญหาเจอเครื่องพ่นที่ไม่มีคุณภาพ ขอแนะนำเครื่องพ่นสี WIWA ที่วิศวกรทั่วโลกให้ความไว้วางใจจากประเทศเยอรมนี มีให้เลือกหลากหลายรุ่น มาพร้อมกับการรองรับมาตรฐานสากล

INTEG เป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายเครื่องพ่นสีอุตสาหกรรมจาก WIWAในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว เราพร้อมที่จะให้คำปรึกษาในการเลือกซื้อ แนะนำวิธีการใช้งาน และมอบบริการซ่อมบำรุงหลังการขายอย่างครบวงจร เพื่อให้คุณมีงานพ่นสีที่ราบรื่น ไร้ปัญหา คุ้มค่าในระยะยาว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เครื่องพ่นสี

Q: การพ่นสีแล้วเกิดละอองฟุ้งบนชิ้นงานเกิดจากอะไร?

A: อาจเกิดจากการปรับแรงดันลมในเครื่องพ่นสีสูงเกินไป หรือระยะห่างของหัวพ่นกับชิ้นงานห่างกันมากเกินไป ทำให้สีแห้งก่อนถึงชิ้นงาน

Q: การทำความสะอาดเครื่องพ่นสี ต้องทำความสะอาดส่วนใดบ้าง?

A: ปกติแล้วชิ้นส่วนที่ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ ถังหรือกาพ่นสี ตัวกรอง หัวฉีด ปืนพ่นสี โดยสามารถใช้น้ำสะอาดฉีดล้าง แล้วใช้แปรงขัดเบา ๆ บริเวณที่มีคราบสะสม จากนั้นเช็ดให้สะอาด เพื่อป้องกันความชื้น และสนิม

Q: เครื่องพ่นสีระบบไฟฟ้า (Electric Airless) สามารถใช้งานกลางแจ้งท่ามกลางแดดจัดได้หรือไม่?

A: ใช้ได้ แต่ต้องระวังเรื่องความร้อนสะสมในตัวมอเตอร์ ควรวางเครื่องในที่ร่มหรือมีอากาศถ่ายเทสะดวก และหลีกเลี่ยงการโดนน้ำหรือละอองฝนโดยตรงเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร