ปัญหาสีหลุดล่อนเกิดจากอะไร?
ปัญหาสีพอง สีหลุดล่อน ฟิล์มสีไม่ยึดเกาะกับพื้นผิว มีโอกาสพบได้บ่อยครั้งในงานพ่นสี ซึ่งมีสาเหตุมาจาก 5 ปัจจัยเหล่านี้
1. การเตรียมพื้นผิวไม่ดี
สาเหตุยอดฮิตของสีที่หลุดล่อนมักมาจากการเตรียมพื้นผิวไม่ดีมากพอ โดยปกติแล้วชิ้นงานแต่ละชิ้นมักมีคราบสกปรกสะสม เช่น น้ำมัน สนิม ฝุ่น และความชื้น สิ่งเหล่านี้สามารถกำจัดได้ด้วยการพ่นทรายเพื่อทำความสะอาด จากนั้นจึงทำการพ่นสีต่อเพื่อลดการเกิดคราบสกปรก หากชิ้นงานนั้นไม่ผ่านการพ่นทราย หรือพ่นทรายได้ไม่สะอาดมากพอ สิ่งสกปรกที่เหลืออยู่จะกลายเป็นตัวกั้นการยึดเกาะของสีกับพื้นผิว จนทำให้เกิดการหลุดล่อน
2. ความขรุขระไม่เพียงพอ
ตามหลักการของการพ่นสีแล้ว การที่สีจะสามารถยึดเกาะลงบนพื้นผิวได้ พื้นผิวเหล่านั้นต้องมีค่าความหยาบพื้นผิวหรือค่าความขรุขระที่เหมาะสม เพราะพื้นผิวที่เรียบเนียนเกินไปจะทำให้สีไม่สามารถยึดเกาะได้ดีมากพอ ดังนั้นหลังการทำความสะอาดด้วยการพ่นทรายเรียบร้อยแล้ว ควรมีการใช้เครื่องวัดความหยาบ (Surface Profile Gages) ว่าตรงตามที่กำหนดเอาไว้หรือไม่
3. การใช้สีพ่นไม่เหมาะสม
สีพ่นอุตสาหกรรมมีหลากหลายประเภท ซึ่งมีวิธีการใช้และคุณสมบัติแตกต่างกัน โดยจะพิจารณาจาก พื้นผิว สภาพแวดล้อม วัตถุประสงค์ และเครื่องมือ การเลือกใช้สีพ่นผิดประเภท จะทำให้ชิ้นงานออกมาไม่สมบูรณ์ จนเกิดสีหลุดล่อนเมื่อเวลาผ่านไป
4. สภาพแวดล้อมขณะทา/พ่นสี
สถานที่ที่ใช้ในการทา/พ่นสี ส่งผลอย่างมากต่อชิ้นงานที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นความสะอาดของสถานที่ อากาศที่ถ่ายเท และเครื่องมือที่ครบครัน แต่สิ่งที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อการพ่นสีมากที่สุด คือ อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ ดังนี้
- อุณหภูมิ 40-50 องศา ความชื้นสัมพัทธ์ตั้งแต่ 80% ขึ้นไป ไม่เหมาะแก่การพ่นสี เพราะจะเกิดละอองน้ำบาง ๆ บนพื้นผิวของชิ้นงาน เมื่อมีการพ่นสีลงไป ไอน้ำจะดันสีให้พองและล่อนออกมา
- อุณหภูมิ 20-30 องศา ความชื้นสัมพัทธ์ 30-50% สภาพอากาศเหมาะแก่การพ่นสี
5. ไม่ได้ใช้เครื่องทดสอบการยึดเกาะสำหรับสีและสารเคลือบ
ในทุก ๆ การทำงาน การตรวจสอบ QC ชิ้นงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ เพื่อเช็กคุณภาพและความสมบูรณ์ของชิ้นงานทั้งหมด สำหรับการพ่นสีก็เช่นกัน หลังพ่นเสร็จควรใช้เครื่องทดสอบการยึดเกาะสำหรับสีและสารเคลือบ เพื่อความมั่นใจว่าสีที่พ่นได้ยึดเกาะอย่างดีแล้วจริง ๆ
ทำความรู้จักมาตรฐานการทดสอบการยึดเกาะที่ทั่วโลกยอมรับ
- ASTM D3359: มาตรฐานอเมริกา ทดสอบการยึดเกาะของสารเคลือบ ด้วยการติดเทปแบบตารางไขว้ เป็นวิธีการที่ง่าย ไม่ซับซ้อน
- ASTM D4541/ISO 4624: มาตรฐานสากล ทดสอบการยึดเกาะของสีและสารเคลือบเงา
แนะนำเครื่องทดสอบการยึดเกาะสำหรับสีและสารเคลือบ
หากพูดถึงการ QC งานพ่นสีในปัจจุบัน มีทั้งหมด 2 วิธี ที่ได้รับความนิยมในการตรวจสอบ โดยสามารถแบ่งตามวิธีและลักษณะในการใช้งานได้ ดังนี้
1. Cross Cut Tester
วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องทดสอบแรงยึดสี แต่เป็นการทดสอบด้วยวิธีสามัญง่าย ๆ อย่างการทดสอบด้วยเทปแบบตารางไขว้ ตามมาตรฐาน ASTM D3359 สามารถทำได้ตามขั้นตอนนี้
- เตรียมพื้นผิว ทำความสะอาดพื้นผิวบนชิ้นงานที่ต้องการทดสอบให้หมดจด ไม่ว่าจะเป็นความชื้น คราบน้ำ ฝุ่น และสิ่งสกปรกอื่น ๆ
- วางรูปแบบตาราง ใช้เครื่องตัดเพื่อสร้างตารางบนพื้นผิว โดยรอยตัดต้องเว้นระยะห่างเท่า ๆ กันอย่างน้อยสิบรอยในแต่ละทิศทาง สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดประมาณ 1 มิลลิเมตรบนพื้นผิว
- ติดเทปทดสอบ ติดเทปทดสอบลงบนพื้นผิวที่สร้างตารางเอาไว้ แนะนำให้ใช้เทป 3M
- ลอกเทปทดสอบ ลอกเทปออกด้วยความรวดเร็ว โดยระวังอย่างให้เทปฉีกขาด
- ประเมินความเสียหายของพื้นผิว ประเมินการหลุดลอกของโลหะและสารเคลือบที่ติดมากับเทป โดยมีเกณฑ์การวัดอยู่ที่ 0 ถึง 5 (0 คือ ไม่หลุดล่อนเลย, 5 คือ สูญเสียการยึดเกาะอย่างสมบูรณ์)

2. Pull-off Adhesion Tester
วิธีการตรวจสอบโดยการใช้เครื่องทดสอบการยึดเกาะสำหรับสีและสารเคลือบ หรือ การทำ Adhesion Tester ด้วยเครื่อง DeFelsko PosiTest ATมาพร้อมกับระบบไฮดรอลิกที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผลแม่นยำ รองรับมาตรฐานสากล จาก ASTM D4541 และ ISO 4624 มีแบตเตอรี่ชาร์จในตัว สามารถใช้ตรวจสอบได้มากถึง 200 ครั้งจากการชาร์จเพียงครั้งเดียว มีหน้าจอแสดงผลการวัดที่ชัดเจน พร้อมระบบปรับแรงดึงอัตโนมัติ ทำให้ได้ค่าที่คงที่ แม้พื้นผิวไม่เรียบสนิท
วิธีป้องกันปัญหาสีหลุดล่อนในระยะยาว
- การตรวจสอบสภาพแวดล้อม เลือกและจัดเตรียมสถานที่สำหรับการพ่นทรายและพ่นสีอย่างดี ควรใช้เครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นให้อยู่ในเกณฑ์ก่อนเริ่มงาน
- การเตรียมพื้นผิวให้พร้อม พ่นทรายทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาด แล้วทำการพ่นสีต่อโดยไม่เว้นระยะห่างนานเกินไป ป้องกันความชื้นและสนิมที่อาจเกิดขึ้นใหม่ได้ในระยะเวลาสั้น ๆ
- การเลือกใช้เครื่องพ่นสีที่ได้มาตรฐาน เลือกใช้เครื่องพ่นสีจากผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ เพื่อความมั่นใจในคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยในการใช้งาน
- การวัดความหนาสีอย่างสม่ำเสมอ ระหว่างการพ่นสี ควรมีการตรวจวัดความหนาของสีที่พ่น เพื่อไม่ให้สีหน้าเกินไปจนหลุดล่อนได้
- การใช้เครื่องทดสอบการยึดเกาะสำหรับสีและสารเคลือบ ตรวจ QC งานพ่นสีเป็นระยะ เพื่อเช็กว่าสีสามารถยึดเกาะกับพื้นผิวได้ดีแค่ไหน
อ่านบทความเพิ่มเติม: แนะนำ 9 รุ่น เครื่องพ่นสีอุตสาหกรรม ที่ตอบโจทย์ทั้งงานเล็กงานใหญ่

ตรวจ QC งานพ่นสีด้วยเครื่องทดสอบแรงยึดสีจาก DeFelsko ที่ INTEG
ปัญหาสีหลุดล่อนไม่ใช่เรื่องเล็ก เพื่อชิ้นงานที่ละเอียดและสมบูรณ์ ควรเลือกใช้เครื่องทดสอบการยึดเกาะสำหรับสีและสารเคลือบที่มีคุณภาพ ในการตรวจสอบการยึดเกาะก่อนส่งมอบงาน เพื่อความน่าเชื่อถือและความมั่นใจในการทำงาน
พวกเรา INTEG ในฐานะตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือวัดคุณภาพจาก DeFelsko อย่างเป็นทางการ เราพร้อมส่งมอบเครื่องทดสอบแรงยึดสีที่ดีที่สุด พร้อมคำแนะนำสำหรับการใช้งานเชิงเทคนิคโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความประทับใจที่ดีที่สุดให้คุณ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
- Line: integth
- Facebook: Integ จำหน่ายเครื่องพ่นสี เครื่องพ่นทราย มาตรฐานสากล
- Tel. 098-798-8539
- Email: Integ_04@integ.co.th
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การตรวจสอบการยึดเกาะของสี
Q: การทดสอบแบบ Pull-off ดีกว่าแบบ Cross-cut อย่างไร?
A: แบบ Pull-off ให้ค่าเป็นเชิงปริมาณด้วยเครื่องทดสอบแรงยึดสี ซึ่งนำไปใช้ในการวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมและการทำรายงานคุณภาพที่น่าเชื่อถือกว่าการประเมินด้วยสายตาแบบ Cross-cut
Q: การทดสอบการยึดเกาะจัดเป็นการทดสอบแบบทำลาย (Destructive Test) หรือไม่?
A: ใช่ เพราะต้องดึงสีให้หลุดออก หลังทดสอบเสร็จจะต้องมีการพ่นสีซ่อมแซมในจุดที่ทำการทดสอบเสมอ
Q: INTEG มีบริการสาธิตการใช้งานเครื่อง Adhesion Tester หรือไม่?
A: ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเรา มีการให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีการใช้งานอุปกรณ์ทุกชิ้นอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น



